POP AUTO SERVICE

Tesla Model Y

    มาถึงแล้ว Model Y เอสยูวีพลังงานไฟฟ้าใหม่ของ Tesla แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าชั้นนำของประเทศสหรัฐฯ มีระยะทางวิ่งได้ไกลถึง 480 กิโลเมตรต่อการชาร์จไฟ 1 ครั้ง โดยรุ่นท็อป Performance ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. 3.5 วินาที  ราคาเริ่มต้น 39,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือราว 1.2 ล้านบาท พร้อมส่งมอบให้ลูกค้าชาวอเมริกัน ปลายปี 2020

   ในงานเปิดตัวที่ดีไซน์สตูดิโอในเมืองฮอว์ธอร์น รัฐแคลิฟอร์เนีย Elon Musk อัจฉริยะนักประดิษฐ์ผู้ก่อตั้ง Tesla ขึ้นมาแนะนำ Model Y ด้วยตัวเองเหมือนทุกครั้ง โดยรถรุ่นนี้จะใช้แพล็ตฟอร์มร่วมกับรถคอมแพ็กต์ Model 3 แต่ถูกพัฒนาให้มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ และค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ (Coefficient of Drag) เพียงแค่ 0.23 เท่านั้น


    Tesla Model Y
 จะแบ่งเป็น 4 รุ่นย่อย เริ่มต้นที่ Standard Range ราคา 39,000 เหรียญสหรัฐฯ (ราว 1.2 ล้านบาท) มีระยะการวิ่ง 230 ไมล์ (ราว 370 กิโลเมตร) ต่อการชาร์จไฟ 1 ครั้ง อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 5.9 วินาที ความเร็วสูงสุด 193 กม./ชม. แต่จะพร้อมส่งมอบรถให้ลูกค้าชาวอเมริกันในช่วงต้นปี 2021   

    ในขณะที่ 3 รุ่นที่เหลือ Long Range, Dual Motor AWD และ Performance มีกำหนดส่งมอบในปลายปี 2020 โดย Model Y Long Range ที่คาดว่าจะได้รับความนิยมมากที่สุดสามารถขับได้ไกล 300 ไมล์หรือราว 480 กิโลเมตรต่อการชาร์จไฟ 1 ครั้ง มีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. 5.5 วินาที ความเร็วสูงสุด 210 กม./ชม. ตั้งราคาขายไว้ที่ 47,000 เหรียญสหรัฐฯ (ราว 1.45 ล้านบาท)

    รุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ Dual Motor AWD ราคา 51,000 เหรียญสหรัฐฯ (ราว 1.58 ล้านบาท) จะมีระยะทางการขับ 280 ไมล์ (ราว 450 กิโลเมตร) เท่ากับ Performance ที่มีราคา 60,000 เหรียญสหรัฐฯ (ราว 1.86 ล้านบาท) แต่อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. จะอยู่ที่ 4.8 วินาที และ 3.5 วินาที ตามลำดับ ท็อปสปีด Dual Motor AWD จะสุดที่ 218 กม./ชม. ส่วน Performance ทะลุไปถึง 241 กม./ชม.

   ​ความพิเศษอีกอย่างของ Tesla Model Y ถึงจะมีตัวถังที่เล็กกว่า Model X แต่รองรับผู้โดยสารได้ถึง 7 ที่นั่ง พื้นที่บรรทุกสัมภาระด้านหลัง 66 ลูกบากศ์ฟุตหรือราว 1870 ลิตร พร้อมติดตั้งหลังคาแบบ Panoramic Glass Roof รวมทั้งติดตั้งระบบขับขี่อัตโนมัติ Autopilot ที่ได้รับการอัพเกรดซอฟต์แวร์ใหม่

   Model Y นับเป็นรถยนต์รุ่นที่ 5 ของ Tesla ต่อจาก Model  SX3 และ Roadster (กำหนดขายปี 2020)  พร้อมการลงทุนติดตั้งสถานีชาร์จไฟฟ้า Supercharge เพิ่มมากขึ้นเป็น 1,400 แห่งใน 36 ประเทศทั่วโลก รวมทั้งการก่อสร้างโรงงานผลิตแบตเตอรี่เมกกะ แฟคตอรี่ ที่เมืองเซียงไฮ้ ประเทศจีน เพื่อรองรับการเติบโตยอดขายของ Tesla ที่เผชิญปัญหากำลังการผลิตในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา

แหล่งข้อมูล : GRANDPRIX ONLINE และ Tesla