POP AUTO SERVICE

Home

ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ POP Auto Service

    เราคงไม่เถียงว่าทุกวันนี้ “ยานพาหนะหรือรถยนต์ ” กลายเป็นปัจจัยที่ 5 ในการดำเนินชีวิตของเราๆ ท่านๆ ในปัจจุบันนี้ ซึ่งถ้าหากเราขาดรถคู่ใจคงทำให้การดำเนินชีวิตในยุคนี้ไม่คล่องตัวเท่าที่ควร อันเนื่องจากธุรกิจแทบจะทุกด้านล้วนมีการแข่งขันกันอย่างสูงเวลาทุกนาทีมีค่า ลองหลับตานึกภาพว่าหากเรามีนัดไปพบลูกค้ารายสำคัญเพื่อพูดคุยเรื่องธุระกิจที่ทุกอย่างควรจะราบลื่น แต่รถคู่ใจของท่านดันเกิดปัญหาขึ้นมา อะไรจะเกิดขึ้นต่อไป..ชวด? จึงเป็นที่มาว่า ทำไมยานพาหนะหรือรถยนต์จึงมีความสำคัญกับเรานัก เราได้ตระหนักดีว่า เวลาของทุกท่านมีค่า ดังนั้นทีมงาน POP Auto Service จึงได้จัดให้มีบริการการตรวจเช็คความบกพร่องระบบไฟฟ้าของรถยนต์ เครื่องยนต์หัวฉีดเบนซิน เช่น รถของท่านมีอาการเดินเบาไม่เรียบ ควันดำ กินน้ำมันมากกว่าปกติ เร่งไม่ออก หรือกระทั่งมีไฟรูปเครื่องยนต์ (Check Engine) ติดค้างที่หน้าปัทม์ อีกทั้งยังมีบริการต่างๆ อีกมากมายคอยบริการท่าน เพื่อคลายความวิตกกังวลกับเรื่องที่ท่านต้องใช้เวลาอันมีค่าของท่านมาหาอู่ที่ให้บริการการตรวจเช็คและสามารถแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด

    POP Auto Service คือคำตอบ…สำหรับท่านลูกค้า เราสามารถตอบโจทย์สำหรับทุกท่านในขณะที่เราทำงานด้วยความประณีต, ซื่อสัตย์ และที่สำคัญบริการของเราเป็นกันเองกับลูกค้าทุกท่าน

  นอกจากบริการข้างต้นแล้วเรายังมีสินค้าจะแนะนำกับลูกค้าอีก เช่น น้ำยา D1 ทั้ง D1-HED (น้ำยาล้างห้องเครื่องภายนอก), D1-HID (น้ำยาล้างและขจัดคราบมันสำหรับงานอุตสาหกรรม) และผ้าสังเคราะห์เช็ดทำความสะอาดกรีนไวพ์ Greenwipes  ลูกค้าที่สนใจ สามารถเข้าไปดูรายละเอียดของสินค้าได้ที่หน้า Products 


ข่าวสารยานยนต์ทั้งในและต่างประเทศ

 

FERRARI 612 GTO III   (ดีไซน์นอกค่ายกระตุ้นความอยาก)

   นับตั้งแต่ปี 1962-1964 ม้าลำพองตัวแรงที่สร้างชื่อเลียงโด่งดังเอาไว้มากอย่าง 250 GTO ได้ถูกสร้างขึ้นมาประ ดับวงการในจำนวนจำกัดเพียงแค่ 39 คันเท่านั้น แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้รถตัวเด่นรุ่นนี้ถูกจำกัดเอาไว้และหายไปจากกระแสความนึกคิดรวมถึงความปรารถนาของชาวประชา จากการที่มีผู้หลงใหลในความโดดเด่นนี้ นำมาซึ่งการปรากฏโฉมของเส้นสายในรูปแบบของแนวคิดต้นแบบอันเป็นผลงานจากดีไซเนอร์รถสไตล์โหด Sasha Selipanov กับ รหัส “612 GTO” ถึงกระนั้นก็เป็นเพียงแนวคิดที่ไม่มีการต่อยอดออกมา แต่ประการใด

      

   เวลาล่วงเลยมาจนถึงวันนี้ ม้าลำพองต้นแบบตัวที่ว่าก็กลับมาอีกครั้ง โดยมีที่มาจากแรงบันดาลใจจากเค้าโครงของ 250 GTO มาผสานเข้ากับโมเดล 612 อันเป็นสปอร์ตจีที 2+2 ที่นั่ง ที่ผลิตออกมาในช่วงปี 2004-2011 อันสวยสง่ามีเอกลักษณ์ไว้ได้อย่างกลมกลืน

 

   ผลงานการรีดีไซน์ นำต้นแบบเดิมมาเพิ่มเติมรายละเอียดมากขึ้น จนดูแตกต่างสำหรับม้าลำพองแห่งอิตาลีตามที่นำมาให้ชมนี้ รูปทรงโดยรวมหลักๆ ยังเป็นแนวคิดต้นแบบ 612 GTO อันเป็นผลงานตัวเดิมที่ฝากไว้เมื่อ 7 ปีที่แล้ว ของ Sasha Selipanov ดีไซเนอร์รถแนวโหด (Angry Car Designer) ลัญชาติเยอรมัน ถูกนำมาปรุงแต่ง เกลาร่างเพิ่มเติมอีกนิดโดยศิลปินนักออกแบบ CGI ชาวยูเครน Sergiy Dvornytskyy โดยตั้งชื่อต้นแบบตามจินตนาการคันนี้เป็นรุ่น “612 GTO III”

   ซึ่งจุดที่เด่นชัดจะเป็นรายละเอียดทางด้านหน้า เป็นแนวคิดที่ได้รับอิทธิพลมาจากเค้าโครงของ FERRARI 250 สปอร์ตคาร์เมื่อครึ่งศตวรรษก่อน เอามาผสานเข้ากับแนวคิดดีไซน์ใหม่ใน 612 GTO ทำให้มีความโหด ก้าวร้าวดุดันและสวยงามทันสมัยด้วยรูปแบบของกระจังหน้าและช่องรับลมใต้โคมไฟหน้าแบบ LED ขนาดใหญ่มากเป็นพิเศษ สร้างมุมมองอันโฉบเฉี่ยว ท้าทายสะกดสายตา ฝากระโปรงหน้าด้านบนมีการเจาะช่องลมช่วยระบายความร้อนในห้องเครื่องเป็นสามช่องเล็ก ซึ่งก็เป็นดีไซน์ทีได้รับอิทธิพลมาจากโมเดล 250 อีกเช่น­กัน ดีไซน์ซองไฟหน้าถ้าหากมองผ่านๆ จะคล้ายกับซูเปอร์คาร์จากค่าย McLaren อยู่ เหมือนกัน

   ด้านข้างแสดงถึงรูปแบบของรถสปอร์ตยอดนิยมในอดีตแบบหน้ายาว ท้ายสั้นดูมีมัดกล้ามทรงพลังจากการดึงผายเพิ่มความอวบอูมให้ก้บแนวซุ้มล้อและเดินเส้นสันที่ชายล่าง แนวกระจกหน้าต่างทรงใบไม้เรียวแหลมเป็นดีไซน์จากต้นแบบตัวเดิมที่สวยงามลงตัวอยู่แล้ว หลังคาทรงโค้งลาดลงด้านท้ายในสไตล์รถสปอร์ตจีทีดูมีความคลาสสิค สร้างความสะดุดตากับดีไซน์ของช่องเติมนํ้ามันที่เจาะไว้ในส่วนของกระจกหลังวางสองฝั่งซึ่งเป็นแนวคิดจากต้นแบบเดิมไม่ลบทิ้งไปไหน

  ด้านท้าย ฝรั่งบอกว่าเป็นรูปแบบแปลกตาที่ไม่เคยเห็นใน FERRARI รุ่นไหนมาก่อน ไฟท้ายทันสมัยแบบ LED กันชนท้ายส่วนปลายสองฝั่งเจาะช่องระบายอากาศออกจากโพรงล้อหลัง กันชนกลมกลืนกับตัวรถโดยออกแบบให้ชายล่างเป็น Diffuser พร้อมโชว์ปลายท่อทรงกลมคู่ออกตรงกลาง สำหรับขุมพลังไม่มีการเอ่ยถึง แต่หลายคนคาดว่าน่าจะรักษาแนวทางของการใช้ขุมพลัง V 12 เอาไว้แต่ก็มีสื่อหลายแขนงเดาไปอีกทางหนึ่งว่าอาจมากับเครื่องยนต์ V 8 แบบ Hybrid เพื่อให้เข้ากับกระแสประหยัดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมก็เป็นได้

  ถือว่าเป็นแนวคิดต้นแบบนอกค่ายที่น่าสนใจทีเดียว ซึ่งหลายคนตั้งความหวังว่าน่าจะไปสะกิด FERRARI ให้สนใจเผื่อว่าจะมีโอกาสได้สานฝันให้เป็นจริงสักวันหนึ่งในอนาคต

   

 

ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก www.motor1.com, www.carscoops.com, www.cars-concept.com

แหล่งข้อมูล : นิตยสารยานยนต์ เล่มที่ 613 ฉบับประจำเดือน กรกฏาคม 2560


2018  ACURA TLX  (ซีดานสุดหรูผสานความเป็นสปอร์ต)

 

      ACURA TLX รถซีดานขนาดกลางสุดหรูเปิดตัวด้วยรูปลักษณ์ที่ดูสปอร์ตมากยิ่งขึ้น มีเสน่ห์สะท้อนให้เห็นถึงทิศทางการออก แบบใหม่ๆ ที่มาพร้อมคุณลักษณะพิเศษสำหรับ TLX รวมทั้งนำเสนอ AcuraWatch เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่น พร้อมเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยและการขับขี่ขั้นสูง

    รูปลักษณ์ภายนอกของ ACURA TLX A-Spec กระจังหน้ารูปทรงห้าเหลี่ยมลักษณะคล้ายเพชร หรูหราด้วยวัสดุโครเมี่ยมที่นำมาใช้ กันชนหน้าขนาดใหญ่มาพร้อมกับช่องดักอากาศลายรังผึ้งขนาบข้างด้วยกรอบไฟสปอต ไลท์ LED ทรงกลมมีแนวเส้นที่แบ่งแยกช่องตารางได้อย่างชัดเจน ชุดไฟหน้าแบบ Jewel Eye LED แบ่งแยกซ่องดีไซน์เก๋ ด้านช้างเรียบเล่นแนวเส้นคู่เรียบง่ายโดยลากแนวตั้งแต่โป่งล้อหน้าขนาดย่อมไปจนถึงโป่งหลัง ไฟท้ายชุดใหม่ออกแบบมาในลักษณะเดียวกันกับชุดไฟหน้าหลอดไฟแบบ LED กันชนหลังย้ายตำแหน่งของป้ายทะเบียนรถขึ้นมาด้านบน โดยตัวกันชนท้ายด้านล่างมากับ Diffuser ขอบ ฝากระโปรงหลังมีความบางมากขึ้นติดสปอยเลอร์หลังขนาดย่อม ล้อแม็กอัลลอยขนาดใหม่ขนาด 19 นิ้ว สิดำด้านลาย 5 ก้านคู่

  ห้องโดยสารกว้างขวางหรูหราเน้นความสะดวกสบาย อัพเกรดภายในหลายจุดตามแบบฉบับยูโรสไตล์ โทนภายในมาในสไตล์เรียบขรึมดำสลับตัดกับเทาในช่วงคิ้วขอบต่างๆ คอนโซลหน้ารวมเอาสวิทช์ควบคุมการทำงานทุกอย่างไว้เสร็จสรรพ โดยมีจอนำทางแบบ Built-in เรือนไมล์กลมคู่ ตรงกลางบอกค่าต่างๆเป็นตัวเลขดิจิตอล พวงมาลัยหุ้มหนัง 3 ก้านสปอร์ต สามารถควบคุมสวิทช์การทำงานทั้งหลายจากตรงจุดนี้ การอัพเกรดในส่วนอื่นๆของ TLX ตัวใหม่นี้ได้แก่ ระบบนำทาง HDD และจอแสดงผลที่สดใสชัดเจนยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ACURA TLX ยังเป็นรุ่นแรกที่ให้หน้าจอแบบคู่รุ่นใหม่ (ODMD 2.0) เมนูใช้งานง่ายและโครงสร้างคำสั่งที่ครบครันด้วยหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้วแบบ Capacitive กับการตอบสนองที่เร็วขึ้น 30 % สำหรับ AndroidAuto และ Apple CarPlay เบาะนั่งด้านหน้าพร้อมระบบระบายอากาศชุดใหม่ ระบบช่วยมองแบบใหม่ (Blind Spot Information) ที่จะแจ้งเตือนผู้ขับขี่ในกรณีเช้าใกล้รถคันอื่นมากจนอาจเกิดอุบัติเหตุ กำจัดเสียงต่างๆ โดยเพิ่มเติมวัสดุเก็บเสียง ฉนวนกระจกประตูด้านข้าง/ด้านหน้าปรับเปลี่ยนให้หนาขึ้นสะกัดเสียงล้อบดถนนหรือเสียงรบกวนอื่นระหว่างขับขี่ใช้งาน เพี่อเพิ่มความเงียบให้ห้องโดยสาร

   ACURA TLX มีเครื่องยนต์ 2 ทางเลือก คือ เครื่องยนต์ 2.4 ลิตร DOHC i-VTEC 206 แรงม้าและเครื่องยนต์ V 6 i-VTEC 3.5 ลิตร 290 แรงม้า ระบบส่งกำลังเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีดในรุ่น TLX 2.4 ลิตรจะมีให้เฉพาะ Technology Package แต่ในรุ่น V 6 จะ มีให้เลือกทั้ง Technology, A-Spec และ Advance Packages และยังเลือกระบบขับเคลื่อนว่าจะเอาขับเคลื่อน 2 ล้อหรือ 4 ล้อ

    ตอนนี้ ACURA TLX ขึ้นโชว์รูมไปแล้วในฐานะรถใหม่ล่าสุด Model 2018

   

ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก www.netcarshow.com

แหล่งข้อมูล : นิตยสารยานยนต์ เล่มที่ 613 ฉบับประจำเดือน กรกฏาคม 2560

Print Friendly